หากต้องเลื่อนงานแต่งขึ้นมา จะทำอย่างไรดี?



การเลื่อนงานแต่งงาน และหาฤกษ์งามยามดีใหม่ ถือเป็นเรื่องที่ยาก และน่าปวดหัวสำหรับบ่าวสาวหลายๆคู่ ไม่มีบ่าวสาวคู่ไหนอยากวางแผนงานแต่งงานในฝันแล้วต้องถูกเลื่อนงานแต่งงานออกไป แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ณ ตอนนี้ ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างรุนแรง ทำให้หลายๆงานแต่งงานต้องเลื่อนออกไปตามมาตรการความปลอดภัยของรัฐบาล แม้ว่าสิ่งนี้จะสร้างความลำบากใจให้กับบ่าวสาวทั่วโลก แต่คุณยังสามารถเลื่อนงานออกไปได้เสมอ ตราบใดที่สถานการณ์โควิด-19 ยังไม่ดีขึ้น ดังนั้น หากคุณจำเป็นต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไปจริงๆ 8 ข้อปฏิบัติต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณลำดับขั้นตอนการเลื่อนงานแต่งงานได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น



1. ติดต่อสถานที่จัดงาน และเวนเดอร์ต่างๆ

สิ่งแรกที่คุณควรทำเมื่อคุณตัดสินใจที่จะเลื่อนงานแต่งงานออกไป คือพูดคุยกับทางสถานที่จัดงาน และเวนเดอร์ต่างๆของคุณ เช่น ช่างแต่งหน้า-ทำผม ช่างภาพ ช่างวิดีโอ และอีกมากมาย แต่ถ้าหากคุณมีแพลนเนอร์สำหรับงานแต่งงานของคุณอยู่แล้ว คุณสามารถแจ้งแพลนเนอร์ของคุณเป็นพอ ทางทีมแพลนเนอร์จะดำเนินการประสานงานกับทีมงานฝ่ายต่างๆทั้งหมดแทนคุณ พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปได้ด้วย แต่หากคุณแพลนงานด้วยตนเอง คุณจะต้องติดต่อกับทางสถานที่จัดงาน และเวนเดอร์ต่างๆอย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนถึงวันงานแต่งงาน เพื่อที่พวกเขาจะได้รับทราบถึงการเปลี่ยนแปลง และปรับเปลี่ยนแผนการทำงานสำหรับการเลื่อนงานของคุณ ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทุกฝ่ายมักจะเข้าใจถึงผลกระทบนี้ และอนุญาตให้คู่บ่าวสาวเลื่อนงานแต่งงานออกไปได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่อย่าลืมว่า แต่ละฝ่าย มีระยะการแจ้งเลื่อนงานแต่งงานล่วงหน้าต่างกัน หากคุณมีแพลนจะเลื่อนงานแต่งงาน คุณควรรีบสอบถามทีมงานว่า คุณสามารถแจ้งขอเลื่อนงานแต่งงานได้ช้าสุดเมื่อใด


2. ตรวจสอบประกันภัยงานวิวาห์

หากคุณซื้อประกันภัยงานวิวาห์ หรือในบางบริษัทประกันภัยใช้คำว่า “ประกันภัยงานอีเวนท์” และ “ประกันภัยสำหรับผู้จัดงาน”ก่อนการแพ่ระบาดของโควิด-19 ครั้งใหม่นี้ ให้ตรวจดูว่าคุณได้รับการคุ้มครอง หรือไม่ เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยแต่ละฉบับมีความแตกต่างกัน ดังนั้นคุณจึงต้องทบทวนเงื่อนไขอย่างรอบคอบ คุณควรปรึกษาแผนประกัน และติดต่อผู้ให้บริการ เพื่อดูว่า เหตุการณ์เช่นสถานการณ์โควิด-19 ครอบคลุม หรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแบบแผนประกันที่คุณเลือก หากแผนประกันที่คุณเลือกนั้นครอบคลุม คุณอาจได้รับการคุ้มครองสำหรับเงินที่สูญเสียไป หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ทั้งนี้ คุณควรอ่านสัญญาของคุณ และพยายามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยทางโทรศัพท์ ขอให้พวกเขาส่งอีเมลติดตามผลพร้อมทุกสิ่งที่คุณพูดคุยทางโทรศัพท์ เพื่อจะได้มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร


3. ศึกษาสัญญาต่างๆที่เกี่ยวข้อง

คุณอาจชำระเงินมัดจำ หรือเต็มจำนวนสำหรับสถานที่จัดงาน และเวนเดอร์ต่างๆของคุณเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญคือ หากคุณคิดที่จะเลื่อนงานแต่งงานออกไป คุณควรนำเอกสารสัญญาออกมาอ่านอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจว่าตัวเลือกของคุณมีสิ่งใดบ้าง ซึ่งในขณะนี้ สถานที่จัดงาน และเวนเดอร์ต่างๆมักมีความยืดหยุ่นสูง เนื่องจากทุกท่านเข้าใจถึงสถานการณ์ ดังนั้น จึงมักจะไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับการเลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อน แต่อย่าลืมว่า คุณควรแจ้งทีมงานต่างๆล่วงหน้าตามกำหนด หากคุณจำเป็นต้องยกเลิกการใช้บริกาบางราย ให้ดูว่าสัญญาของคุณระบุอย่างไรเกี่ยวกับการคืนเงิน และสามารถเจรจาตกลงกันได้อย่างไรบ้าง



4. แจ้งแขกร่วมงานให้ทราบ

เมื่อคุณได้ยืนยันกับทางสถานที่จัดงาน และเวนเดอร์ต่างๆของคุณแล้ว ว่าคุณจะเลื่อนงานแต่งงาน คุณควรแจ้งแขกของคุณให้ทราบโดยเร็วที่สุด แม้คุณจะยังไม่ได้ฤกษ์ใหม่ก็ตาม วิธีที่ง่ายที่สุดในการแจ้งข่าวสาร คือการส่งข้อความในช่องทางต่างๆ เช่น Line พร้อมกับโพสข้อความบนสื่อโซเชียลมีเดียของคุณ โดยคุณสามารถใช้ข้อความที่เรียบง่าย และตรงประเด็น เช่น การแจ้งว่า “ความปลอดภัยของแขกทุกท่านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้น เราจึงตัดสินใจที่จะเลื่อนงานแต่งงานออกไปจนถึงวันที่ ที่เราหวังว่าทุกท่านจะสามารถเข้าร่วมงานได้อย่างปลอดภัย ทางเราขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้” ร่วมถึงการตอบคำถามล่วงหน้าที่แขกร่วมงานของคุณอาจต้องการทราบ เช่น ฤกษ์ใหม่คือเมื่อไหร่ และพวกเขาจะได้รับเงินคืนจากการจองสำหรับการเดินทาง และโรงแรม หรือไม่ คุณสามารถขอความช่วยเหลือจากครอบครัว เพื่อน และสมาชิกที่ใกล้ชิดกับแขกในงานแต่งงาน ช่วยกระจายข่าวสารให้คุณได้ เพื่อให้ภาระไม่หนักเกินไปสำหรับคุณ และคู่สมรส ซึ่งจะช่วยให้การแจ้งข่าวสารนี้มีความรวดเร็วมากขึ้น


5. แก้ปัญหาให้แขกร่วมงาน

แขกบางคนอาจซื้อตั๋วเครื่องบิน และจองห้องพักในโรงแรมเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถช่วยเหลือแขกเหล่านั้นได้ไม่มากก็น้อย โดยการที่คุณสามารถเจรจากับสายการบิน และโรงแรม เพื่อขอเงินคืน หรือเปลี่ยนวันเดินทาง และวันเข้าพักใหม่ให้กับแขกร่วมงานของคุณ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ง่ายกว่า หากคุณติดต่อทางโรงแรม และจัดการเรื่องต่างๆทั้งหมดแทนแขกร่วมงานของคุณ ดีกว่าการที่ทางสายการบิน และโรงแรมต้องรับสายหลายร้อยสายจากแขกร่วมงานของคุณ หากคุณมีทีมงานแพลนเนอร์ส่วนตัว พวกเขาจะดำเนินการประสานงานแทนคุณเองทั้งหมด โดยที่คุณมีหน้าที่แค่แจ้งแขกร่วมงานให้ทราบ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณสามารถช่วยเหลือแขกร่วมงานของคุณได้


6. หาฤกษ์แต่งใหม่

เราแนะนำให้คุณหาฤกษ์ใหม่ไว้สักประมาณ 4-5 ฤกษ์ เนื่องจากเป็นไปได้ว่า ฤกษ์งามยามดีของคุณอาจจะตรงกับฤกษ์งามยามดีของบ่าวสาวคู่อื่นๆ ด้วยเช่นกัน การที่คุณมีฤกษ์ใหม่สำรองไว้ 4-5 ฤกษ์ หากทีมงานบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานของคุณ ไม่สามารถให้บริการในฤกษ์แรกที่คุณเสนอมาได้ คุณก็จะสามารถพิจารณาฤกษ์อื่นๆ ต่อไปตามลำดับ เพื่อที่ทุกฝ่ายสามารถพร้อมให้บริการคุณ สิ่งสำคัญคือ หากทีมงานบางส่วนไม่พร้อมให้บริการในฤกษ์ใหม่ของคุณจริงๆ เนื่องจากมีการให้บริการบ่าวสาวคู่อื่นแล้ว คุณอาจไม่ได้รับเงินมัดจำจากทีมงานนั้นๆคืน อย่างไรก็ตาม บ่าวสาวหลายคู่เลื่อนงานแต่งงานออกไปเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นหากเป็นสถานการณ์ของคุณ โปรดพิจารณาว่าการระบาดอาจใช้เวลานานเท่าใด อย่าลืมเลื่อนงานแต่งงานออกไปให้นานพอที่สถานการณ์โควิด-19 จะเบาลง


7. ปลดปล่อยอารมณ์

การวางแผนงานแต่งงานเป็นเรื่องที่เครียดพอสมควร การเลื่อนงานแต่งงานก็เช่นกัน คุณอาจจะเสียใจ ผิดหวัง และเพิ่มความเครียดให้กับตัวคุณมากยิ่งขึ้น เป็นเรื่องปกติที่คุณจะรู้สึกเศร้ากับการต้องเลื่อนงานแต่งงานออกไป คุณควรปลดปล่อยอารมณ์นั้นออกมาให้หมด เพื่อที่คุณจะได้ไม่รู้สึกอัดอั้น และพร้อมที่จะเดินหน้าวางแผนกับการเตรียมงานแต่งงานของคุณได้อีกครั้ง หากคุณเศร้า คุณลองพุดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น คู่สมรสของคุณ พ่อแม่ หรือเพื่อนที่ดีที่สุด ที่จะสามารถช่วยให้คุณเริ่มรับมือกับความรู้สึก และจดจ่อกับสิ่งที่ดีต่อไปได้



8. ยังคงเฉลิมฉลองได้

แม้ว่าคุณจะไม่สามารถจัดงานแต่งงานในวันเดิมได้แล้ว แต่วันนั้นก็ยังคงมีความสำคัญกับคุณ คุณสามารถทำให้วันนั้น ยังคงเป็นวันที่พิเศษ และมีความหมายได้ โดยการจัดงานเฉลิมฉลองระหว่างคุณ และคู่สมรส หรือจะเชิญครอบครัว และเพื่อนๆของคุณ เข้ามามีส่วนร่วมในวันนั้นก็ย่อมได้ แต่คุณอาจต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม และสวมหน้ากากเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งการซื้อไวน์ดีๆสักขวด จัดดินเนอร์มื้อพิเศษ หรือแม้แต่ดูหนังเรื่องโปรดด้วยกันที่บ้าน ถือเป็นการระลึกถึงวันแต่งงานเดิม และสร้างความทรงจำที่ดีต่อกัน และกันได้ คู่รักบางคู่อาจเลือกที่จะแต่งงานอย่างถูกกฎหมายในวันแต่งงานเดิม เช่น การทำบุญ-ใส่บาตร หรือการจดทะเบียนสมรส และเก็บงานพิธี และงานเลี้ยงเฉลิมฉลองไว้ในภายหลัง


64 views0 comments